ข่าวประชาสัมพันธ์ราชการ

กอปภ.ก.ประสานจังหวัดริมแม่น้ำโขง – พื้นที่ท้ายเขื่อนเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น เตรียมพร้อมสรรพกำลังเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชม.

          กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง กอปภ.ก. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ประสานจังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำโขงและจังหวัดในพื้นที่ท้ายเขื่อนเฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยติดตั้งระบบสูบน้ำ บริหารการเปิด – ปิดประตูระบายน้ำ สำหรับจังหวัดที่มีการพร่องหรือระบายน้ำและจังหวัดท้ายน้ำเร่งสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ภัยในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ท้ายเขื่อนให้เฝ้าระวังและติดตามแนวทาง การบริหารจัดการน้ำ รวมถึงให้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านสรรพกำลังและเครื่องจักรกลสาธารณภัย รวมถึงจัดชุดเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนจัดชุดเคลื่อนที่เร็วประจำพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชม. 
          นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายจังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขง ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งอยู่ในเกณฑ์มาก จำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำ อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำและพื้นที่การเกษตร กอปภ.ก. ได้ประสานให้จังหวัดที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำโขงเฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยติดตั้งระบบสูบน้ำ บริหารการเปิด – ปิดประตูระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นและระบายน้ำออกตามสภาพพื้นที่ พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และจัดหาสถานที่ปลอดภัยรองรับการอพยพประชาชน สำหรับจังหวัดที่มีการพร่องหรือระบายน้ำและจังหวัดท้ายน้ำให้นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ภัยในพื้นที่ผ่านวิทยุกระจายเสียง เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน ตลอดจนกำชับกำนันผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร แจ้งข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ ในส่วนของพื้นที่ท้ายเขื่อนให้เฝ้าระวัง และติดตามการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด หากพบว่าปริมาณน้ำที่ระบายมีปริมาณมากและระดับน้ำสูงให้ชี้แจงประชาชนทราบถึงความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงความจำเป็นในการต้องอพยพประชาชนไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ให้จังหวัดประสานการปฏิบัติกับหน่วยทหารในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานและเครือข่ายอาสาสมัครทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด โดยเตรียมความพร้อมด้านสรรพกำลัง เครื่องจักรกลสาธารณภัย และจัดชุดเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนจัดชุดเคลื่อนที่เร็วประจำพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชม. สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป