ข่าวประชาสัมพันธ์ราชการ

ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 7 จังหวัด พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยเร็ว

          กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานอิทธิพลของพายุโซนร้อน "เซินติญ" และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2561 ทำให้เกิดสถานการณ์ภัยใน 32 จังหวัด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 25 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 7 จังหวัด ได้แก่ นครพนม อุบลราชธานี บึงกาฬ สกลนคร กาฬสินธุ์ ยโสธร และเพชรบุรี ซึ่ง ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว
          นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อน "เซินติญ" และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2561 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มใน 32 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พิจิตร นครสวรรค์ ตราด แพร่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง เพชรบุรี ลำปาง น่าน อุตรดิตถ์ อำนาจเจริญ พะเยา เชียงราย กาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี บึงกาฬ สกลนคร ร้อยเอ็ด ยโสธร หนองคาย พังงา สุราษฎร์ธานี ชุมพร และนครนายก รวม 106 อำเภอ 388 ตำบล 2,247 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 49,120 ครัวเรือน 133,609 คน ผู้เสียชีวิต 1 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 25 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 7 จังหวัด รวม 32 อำเภอ 175 ตำบล 1,275 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 24,819 ครัวเรือน 60,505 คน ได้แก่ 
          นครพนม น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครพนม อำเภอเรณูนคร อำเภอปลาปาก อำเภอท่าอุเทน อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอธาตุพนม อำเภอบ้านแพง อำเภอนาแก อำเภอวังยาง อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า และอำเภอนาทม รวม 94 ตำบล 898 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 17,019 ครัวเรือน 37,540 คน ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น 
          อุบลราชธานี ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเขื่องใน รวม 9 ตำบล 46 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 512 ครัวเรือน 1,945 คน ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำชีมีแนวโน้มลดลง 
          บึงกาฬ น้ำในแม่น้ำโขงล้นตลิ่งในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอโซ่พิสัย อำเภอปากคาด และอำเภอศรีวิไล รวม 23 ตำบล 126 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,604 ครัวเรือน 8,736 คน ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น 
          สกลนคร ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอนิคมน้ำอูน รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1 ครัวเรือน 3 คน ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น 
          กาฬสินธุ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอกมลาไสย อำเภอฆ้องชัย อำเภอดอนจาน และอำเภอร่องคำ รวม 17 ตำบล 71 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 833 ครัวเรือน 1,588 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง 
          ยโสธร น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยโสธร อำเภอไทยเจริญ อำเภอป่าติ้ว อำเภอกุดชุม และอำเภอคำเขื่อนแก้ว รวม 24 ตำบล 105 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,451 ครัวเรือน 8,972 คน ปัจจุบันระดับน้ำในลุ่มน้ำเซบายมีแนวโน้มทรงตัว และลุ่มน้ำชี มีแนวโน้มลดลง 
          เพชรบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง และอำเภอบ้านลาด รวม 7 ตำบล 28 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 399 ครัวเรือน 1,721 คน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง 

          ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาสถานการณ์ภัยและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว ท้ายนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป