ข่าวประชาสัมพันธ์ราชการ

ขยายผลทฤษฎีใหม่ สู่การปฏิบัติใช้ของราษฎร

          "ทฤษฎีใหม่" เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับหลักการในการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กประมาณ 15 ไร่ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
          โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วน ๆ ได้แก่ พื้นที่น้ำ พื้นที่สำหรับปลูกข้าว พื้นที่สำหรับปลูกพืชไร่นานาพันธุ์ และพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์ ในอัตราส่วน 3:3:3:1 เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ให้มีรายได้ไว้ใช้จ่ายและมีอาหารไว้บริโภคตลอดปี
          นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริสัญจร ครั้งที่ 12 ณ ห้องประชุมศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ จังหวัดจันทบุรี ว่าศูนย์เรียนรู้เป็นศูนย์ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรแต่ละสาขาเข้ามาศึกษาแล้วนำความรู้ในการทำการเกษตรตามหลักวิชาการ บนพื้นฐานของแต่ละภูมิสังคมที่ประเทศไทยในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันไปปฏิบัติใช้ในการทำการเกษตรในพื้นที่ของตนเอง
          หลายพื้นที่มีการจัดทำเป็นแปลงสาธิตเพื่อให้เกษตรกรที่เข้ามาได้เรียนรู้อย่างเข้าใจได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม สามารถนำไปประยุกต์ต่อยอดใช้ได้ทันที
          "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราโชบายให้สืบสานศาสตร์พระราชาในรัชกาลที่ 9 ให้รักษาศาสตร์เหล่านี้ไว้ รักษาปราชญ์ของแผ่นดินที่เป็นผู้ดูแลศูนย์เรียนรู้ต่าง ๆ และต่อยอดด้วยการขยายผลให้ศาสตร์พระราชาของในรัชกาลที่ 9 ได้ขยายไปสู่เกษตรกรให้มากขึ้นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการน้อมนำทฤษฎีใหม่มาปฏิบัติใช้ ซึ่งพื้นที่การเกษตรเพื่อจะทำตามแนวทฤษฎีใหม่นั้นสามารถประยุกต์ได้หลากหลายแนวทาง บางพื้นที่อาจไม่เหมาะสำหรับการปลูกข้าวก็ทำอย่างอื่นทดแทน บางพื้นที่ขุดสระน้ำเก็บน้ำไม่อยู่ก็สามารถที่จะทำอย่างอื่นแทนได้เช่นกัน" นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กล่าว
          ทางด้านนางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้น้อมนำเอาแนวพระราชดำริเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่มาจัดทำเป็นต้นแบบขึ้นภายในศูนย์ศึกษาฯ นำองค์ความรู้ด้านทฤษฎีใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ โดยใช้พื้นที่เป็นแหล่งน้ำ 20% นาข้าว 30% ถนนอาคารต่างๆ 10% ปลูกพืชผักพืชไร่อีก 40% ของพื้นที่ จากนั้นนำวิทยาการสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การทำการผลิตในแต่ละแขนงได้รับการพัฒนา
          การจัดการเกษตรตามแนว "ทฤษฎีใหม่" ให้เกิดประสิทธิภาพนั้น ประเด็นสำคัญ คือ การพึ่งตนเอง ประหยัด และมัธยัสถ์ และการการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติใช้ โดยการจัดสรรพื้นที่ให้สัมพันธ์และเกื้อกูลกัน ซึ่งเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดิน น้ำ แรงงาน และรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น อันจะนำไปสู่การผลิตที่เกิดรายได้และสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป