ข่าวประชาสัมพันธ์ราชการ

กรมส่งเสริมสหกรณ์หารือสหกรณ์การเกษตรญี่ปุ่น ศึกษาแนวทางการพัฒนาองค์กรให้เข้มแข็งเพื่อดูแลชีวิตเกษตรกร

          สหกรณ์การเกษตรในประเทศญี่ปุ่น หรือที่หลายคนรู้จักในนาม JA Group เป็นองค์กรที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของเกษตรกรญี่ปุ่นทั่วประเทศ ทั้งด้านการให้ความรู้ในการจัดการผลผลิต การบริการด้านการเงิน เป็นตัวกลางจัดหาปัจจัยการผลิตและวัตถุดิบการเกษตร และการจัดระบบสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อดูแลชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับเกษตรกร สหกรณ์ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่ยอมรับในเรื่องของความเข้มแข็ง และมีความร่วมมือกับนานาประเทศ โดยเฉพาะกับสหกรณ์ไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสหกรณ์กันมายาวนาน พร้อมทั้ง มีความร่วมมือภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan -Thailand Economic Partnership Agreement : JTEPA)
          นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เดินทาง เยือนประเทศญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนกันยายน 2561 เพื่อพบกับ Mr.Toru Nakaya ประธานสหภาพสหกรณ์การเกษตรประเทศญี่ปุ่น (JA-ZENCHU) โดยเป็นตัวแทนขบวนการสหกรณ์การเกษตรของประเทศไทยมอบเงินบริจาคส่งผ่าน JA-ZENCHU ไปยังประชาชนชาวญี่ปุ่นที่ประสบเหตุอุทกภัยและดินถล่มในภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ซึ่งทาง JA-ZENCHU จะนำเงินดังกล่าวไปฟื้นฟูพื้นที่ความเสียหายและมอบให้กับผู้ที่ประสบภัย พร้อมฝากความขอบคุณในมิตรไมตรีที่สหกรณ์ไทยมีต่อประเทศญี่ปุ่นด้วยดีเสมอมา
          JA-ZENCHU เป็นสหภาพสหกรณ์ของญี่ปุ่น ซึ่งมีหน่วยฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสหกรณ์ หรือที่รู้จักกันในนาม IDACA ตั้งมา 55 ปี แต่ละปีสหกรณ์จากประเทศต่าง ๆ จะส่งตัวแทนมาอบรมและเรียนรู้งานสหกรณ์กับที่นี่ และโอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ประชุมหารือกับผู้บริหารของ JA-ZENCHU ถึงประสบการณ์ของประเทศญี่ปุ่นในการ ควบรวมสหกรณ์ขนาดเล็กให้เป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ เพื่อเกิดความเข้มแข็งและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ซึ่งจากข้อมูลสหกรณ์การเกษตรของประเทศญี่ปุ่น แต่เดิมมีมากถึง 13,000 แห่ง ต่อมาตัวแทนสหกรณ์ได้มีการหารือร่วมกันและเห็นว่าควรมีการควบรวมสหกรณ์เข้าด้วยกัน โดยให้สหกรณ์ขนาดเล็กหลาย ๆ แห่งรวมกันเป็นสหกรณ์เดียว หรือเข้าไปรวมกับสหกรณ์ขนาดใหญ่ที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียง โดย JA-ZENCHU เป็นตัวหลัก เชิญตัวแทนสหกรณ์ต่าง ๆ มาประชุมชี้แจงทำความเข้าใจและนำเสนอประโยชน์ของการควบรวมสหกรณ์ ซึ่งใช้เวลากว่า 60 ปี จึงดำเนินการได้สำเร็จ ทำให้ปัจจุบันที่ประเทศญี่ปุ่นมีสหกรณ์การเกษตรเพียง 650 แห่งเท่านั้น ซึ่งจำนวนสหกรณ์ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการดำเนินงาน แต่กลับมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมอาชีพของเกษตรกร ทั้งในด้านการรวบรวมผลผลิต การแปรรูป และการจัดหาช่องทางจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกรสู่ผู้บริโภค 
          จากนั้น นายชลธิศักดิ์ ชาวปากน้ำ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการเกษตร ประจำกรุงโตเกียว ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมสหกรณ์เดินทางไปพบกับMr.Sudou Masatoshi ประธานกรรมการสหกรณ์ JA Tokyo-Musashi เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของสหกรณ์ JA Tokyo-Musashi ซึ่งเป็นสหกรณ์การเกษตรขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว มีสมาชิก 28,588 คน สมาชิกหลัก 3,220 คน เป็นเกษตรกรผู้ผลิตพืชผัก ผลไม้และดอกไม้ และสมาชิกสมทบ 25,338 ราย เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 5 เมืองหลักในกรุงโตเกียว และใช้บริการกับสหกรณ์
          สหกรณ์ JA Tokyo-Musashi เกิดจากการควบรวมสหกรณ์ 5 แห่งเข้าด้วยกัน เมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ เกิดวิกฤติฟองสบู่แตก ตัวแทนสหกรณ์ต่าง ๆ จึงได้หารือและมีความเห็นตรงกันว่าควรมีควบรวมสหกรณ์ขนาดเล็กและขนาดใหญ่เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกและสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานของสหกรณ์ แต่กว่าจะควบรวมกันได้ ทุกสหกรณ์ต้องมีการประชุมหารือและตั้งหน่วยงานทำการวิจัยเกี่ยวกับการควบรวมสหกรณ์ เพื่อศึกษาถึงผลดีผลเสียและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับสมาชิก รวมถึงกำหนดแผนการดำเนินงานและโครงสร้างการบริหารงานของสหกรณ์ภายหลังจากการควบรวมแล้ว ซึ่งใช้เวลาศึกษาถึง 7 ปี จึงสามารถรวมสหกรณ์ 5 แห่ง เข้าด้วยกันได้สำเร็จ ส่งผลให้สหกรณ์มีทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น สามารถขยายพื้นที่ให้บริการและจำหน่ายสินค้า ได้เพิ่มขึ้นจนมีฐานะมั่นคง และมีคนสนใจสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมทบเพื่อใช้บริการจากสหกรณ์เพิ่มขึ้นทุกปี
          สหกรณ์ JA Tokyo-Musashi มีนโยบายหลัก 3 ด้าน คือการช่วยสนับสนุนช่องทางจำหน่ายผลผลิตของสมาชิก การเพิ่มผลผลิตการเกษตรในพื้นที่ดำเนินงานของสหกรณ์ และการเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ สู่ชุมชน ซึ่งสหกรณ์แห่งนี้ จำหน่ายผลผลิตการเกษตรและอาหารแปรรูป และพยายามพัฒนาองค์กรให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของสมาชิก ด้วยการเปิดร้าน Farmer Market ให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกคัดผลผลิตผักและผลไม้ที่มีคุณภาพมาวางจำหน่าย เพื่อให้สมาชิกและผู้บริโภคทั่วไปได้มาเลือกซื้อของสดใหม่ทุกวัน นอกจากนี้ยังรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเพื่อส่งเข้าโรงงานแปรรูปอาหาร เพื่อผลิตเป็นสินค้ามาจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของสหกรณ์ "มูจัง คิชเช่น" 
          นอกจากนี้ สหกรณ์ยังบริการรับฝากและให้เงินกู้แก่สมาชิก มีศูนย์ขายตรงสินค้าสหกรณ์ ศูนย์บริการเครื่องมือการเกษตร ศูนย์ให้บริการและคำแนะนำแก่สมาชิกเกี่ยวกับการดูแลและรักษาพื้นที่ทำการเกษตร ศูนย์จัดงานแต่งงานและงานศพ ศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยง และเปิดสอนทำอาหารให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านFarmer Market ของสหกรณ์ ซึ่งผลกำไรแต่ละปี สหกรณ์จะจัดสรรไว้เพื่อส่งเสริมอาชีพการเกษตรให้กับสมาชิก เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรในเมืองโตเกียวมีจำนวนลดลง และส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ สหกรณ์จึงต้องการสนับสนุนให้สมาชิกและครอบครัว ยึดอาชีพทำการเกษตรนี้ไว้ และกำไรที่เหลือนำมาปันผลคืนสมาชิกและเก็บไว้เป็นเงินสะสมของสหกรณ์ด้วย
          สหกรณ์ JA Tokyo-Musashi ให้ความสำคัญกับการให้บริการแก่สมาชิกและลูกค้าของสหกรณ์ รวมถึงดูแลเรื่องรายได้ และชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิก ซึ่งสมาชิกสหกรณ์ที่นำผลผลิตมาวางขายที่สหกรณ์ มีรายได้เฉลี่ย 4-5 ล้านเยนต่อปี สหกรณ์ JA Tokyo-Musashi จึงเป็นสหกรณ์ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จจากการควบรวมกิจการสหกรณ์หลายแห่งเข้าด้วยกัน และสามารถดำเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการให้กับสมาชิกที่เป็นเกษตรกรและสมาชิกสมทบที่มาใช้บริการกับสหกรณ์ได้อย่างเข้มแข็ง
สหกรณ์การเกษตรของญี่ปุ่นจะให้บริการเกี่ยวกับการเกษตรทั้งหมดแก่สมาชิก การบริหารจัดการสหกรณ์ได้รับความร่วมมือจากทั้งคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการและสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกรญี่ปุ่นส่วนใหญ่สมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์โดยความสมัครใจ เนื่องจากเห็นว่าระบบสหกรณ์จะช่วยดูแลให้ความรู้และฝึกอบรม และส่งเสริมอาชีพการเกษตรให้มีรายได้ที่มั่นคง พร้อมทั้งดูแลสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกร ทำให้สหกรณ์ได้รับการยอมรับและเป็นองค์กรที่สร้างความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันละกันระหว่างสมาชิกให้ช่วยเหลือตนเองได้และส่งผลต่อการ สร้างเศรษฐกิจและสังคมในระดับชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์จะนำความรู้และประสบการณ์จากการศึกษาดูงานและการแปลกเปลี่ยนความเห็นกับสหกรณ์ของประเทศญี่ปุ่นมาปรับใช้ในการพัฒนาการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรในประเทศไทยต่อไป