ข่าวประชาสัมพันธ์ไอที

AspenTech บุกเบิกก่อนใคร ใช้ Industrial AI เร่งผลักดันโรงงานยุคใหม่มุ่งสู่ Self-Optimizing Plant

แอสเพ็น เทคโนโลยี อิงค์ (Aspen Technology, Inc. (NASDAQ: AZPN) บริษัทผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์ (Asset optimization software) ประกาศเปิดตัว ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่น aspenONE(R) V12 ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ฉลาดมากขึ้นด้วยการนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์มาใช้งานร่วมกับหลายผลิตภัณฑ์และใช้ระบบคลาวด์ในการวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึกทั่วทั้งองค์กรมายกระดับความปลอดภัย ความยั่งยืนและอัตราส่วนของผลกำไรให้ดีขึ้น ซึ่งการใช้ปัญญาประดิษฐ์ระดับอุตสาหกรรม (Industrial AI) ของแอสเพ็นเทคในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ จะสามารถปรับตนเองเข้าสู่รูปแบบโรงงานชาญฉลาดยุคใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพของตนเองได้อย่างเบ็ดเสร็จ (Self-Optimizing Plant)

ดร. การูด้า พอตดาร์ รองประธานศูนย์เทคโนโลยีแห่งความเป็นเลิศแห่ง Reliance Industries Limited กล่าวว่า "โมเดลการสร้างแบบจำลองของแอสเพ็นเทค Aspen Hybrid Models(TM) นี้นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในสาขาวิศวกรรมเคมี เนื่องจากโมเดลไฮบริดเป็นนวัตกรรมในขั้นตอนของการผนวกโมเดลแบบจำลองที่ใช้ในกระบวนการผลิตของแอสเพ็นเทคเข้ากับเทคโนโลยีแมชชีนลิ์นนิ่งไว้ด้วยกัน เพื่อให้กลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่โรงงานสามารถนำมาใช้พัฒนาด้านวิศวกรรมกระบวนการและปรับปรุงโรงงาน"

โซลูชัน aspenONE(R) V12 ประกอบไปด้วยศักยภาพของ Industrial AI hybrid model แรกของอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเหล่าอุตสาหกรรมกระบวนการ (Process industry) และอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินทุนสูง (Capital-intensive industry) ที่มักใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทั้งนี้ Aspen Hybrid Models(TM) ทำงานโดยการรวบรวมข้อมูลจากสินทรัพย์ทั่วทั้งองค์กร ใช้ปัญญาประดิษฐ์หาปัจจัยหลักทางวิศวกรรม ใช้ความเชี่ยวชาญระดับสูงของแอสเพ็นเทคมาประกอบ เพื่อหาโมเดลแบบจำลองที่ครอบคลุมครบถ้วนทั้งโรงงานและแม่นยำมากยิ่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ด้วยขุมความรู้ ความชำนาญในการแก้ไขปัญหาที่ไม่เหมือนใครรวมถึงประสบการณ์ในการพัฒนาโซลูชันที่เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมกระบวนการและอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินทุนสูงอื่นๆ ที่แอสเพ็นเทคสะสมมานานกว่า 4 ทศวรรษส่งให้แอสเพ็นเทคสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ aspenONE(R) V12 ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ไปในกระบวนการปฏิบัติงานอันสำคัญของตนเองได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลเพิ่มเติม ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้งานรุ่นใหม่ๆ ในองค์กรยังสามารถใช้โซลูชั่นนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านกระบวนการอย่างลึกซึ้งหรือมีประสบการณ์มากมาย

ในปัจจุบันนี้ อุตสาหกรรมกระบวนการมากมายจำเป็นต้องตอบสนองต่อความต้องการของประชากรที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและความคาดหวังในการช่วยสร้างความยั่งยืนแก่ชุมชน จึงได้นำการปฏิรูปทางดิจิทัลเข้ามาใช้ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศในการดำเนินงานและนวัตกรรมของตนเอง ซึ่งโซลูชันใหม่ใน aspenONE(R) V12 จะสามารถให้ความแม่นยำในการสร้างแบบจำลองที่ดีขึ้น ให้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น และให้ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของที่ดีขึ้น จึงสามารถรองรับความต้องการทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงและรองรับรูปการทำงานแบบดิจิทัลใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี

คุณแอนโทนิโอ เพทรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่แห่งแอสเพ็นเทคกล่าวว่า "อุตสาหกรรมกระบวนการและอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมากกำลังประสบกับความผันผวนของอุปสงค์และอุปทานที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมถึงปัญหาที่อุตสาหกรรมต้องการความคล่องตัวในการตอบสนองต่อทุกสภาวะตลาด จึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์แนวใหม่ นอกจากนี้ พวกเขายังเผชิญกับความคาดหวังในด้านประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ความสามารถในการทำกำไร และแรงกดดันที่จะต้องบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่สูงขึ้น ดังนั้น โซลูชันที่มี Industrial AI จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนวิธีการทำงานของอุตสาหกรรม ซึ่งเรามั่นใจว่า Self-Optimizing Plant ที่เราพัฒนาขึ้นนี้นี้จะเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานได้อย่างแน่นอน และแอสเพ็นเทคยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบโซลูชันที่ช่วยองค์กรเร่งสร้างความเป็นเลิศต่อไป"

คุณปีเตอร์ เรย์โนลส์ นักวิเคราะห์อาวุโสของ ARC Advisory Group กล่าวว่า "ปัญญาประดิษฐ์มีศักยภาพสูงในการปรับปรุงกระบวนการทำงานในอุตสาหกรรมต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อมในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ด้วยตนเอง แอปพลิเคชันเฉพาะอุตสาหกรรมของแอสเพ็นเทคที่มีปัญญาประดิษฐ์ในตัวจึงช่วยให้องค์กรต่างๆ เร่งการปฏิรูปได้ดี นอกจากนี้ กลยุทธ์เทคโนโลยีอื่นๆ มักต้องการให้เจ้าของสินทรัพย์ลงทุนในแพลตฟอร์มที่ซับซ้อนและจ้างนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล แต่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ฝังอยู่ในโซลูชั่นไว้แล้วนั้นจะเอื้อให้ผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นปรับปรุงสร้างผลกำไรได้ทันที"

คุณฟรานเซสโก้ มูรา ผู้จัดการแพลตฟอร์มดิจิทัล กระบวนการและเทคโนโลยีของ Saras เห็นประโยชน์ของโมเดลแบบจำลองด้านการวางแผนใน "Aspen Hybrid Models(TM) ซึ่งสามารถสร้างแบบจำลองการวางแผนที่ไม่เป็นเชิงเส้น (Non-linear planning model) อันทรงประสิทธิภาพ โดยซอฟต์แวร์จะรับข้อมูลจากแบบจำลองที่มีการวิเคราะห์ที่รัดกุมของ Aspen HYSYS และใช้หาแนวทางใหม่ในโมเดลแบบจำลองด้านการวางแผนใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี"

คุณสมบัติใหม่ของซอฟต์แวร์ aspenONE(R) V12 รวมถึง:

  • Aspen Maestro (TM) - ศักยภาพขั้นสูงใหม่ๆ ใน Aspen DMC3(TM) และ Aspen Mtell(R) ซึ่งทำหน้าที่ช่วยให้การพัฒนาแบบจำลองเป็นไปโดยอัตโนมัติได้เร็วขึ้นและดีขึ้น โดยสามารถแนะนำผู้ใช้งานที่มีประสบการณ์น้อยถึงวิธีการสร้างโมเดลหรือเอเจ้นต์เฉพาะได้
  • Aspen Deep-Learning IQ(TM) - ช่วยสร้างแบบจำลองและการคาดการณ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น
  • Aspen Verify(TM) สำหรับงานด้านการวางแผน - ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการรวบรวมความรู้และตรวจสอบกับแผนงาน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่มักมีบทเรียนราคาแพง
  • Aspen Multi-Case(TM) - ประมวลกรณีการใช้งานจำลองหลายพันกรณีพร้อมกัน ทั้งที่ในโรงงานหรือในระบบคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย จึงช่วยให้การวิเคราะห์สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์เหล่านี้จะนำไปใช้หาทางออกที่ดีที่สุดในการปฏิบัติงานที่ซับซ้อนนั้นและช่วยให้มีการตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้นรวดเร็วมากขึ้น
  • Aspen Event Analytics(TM) - ให้ข้อมูลเชิงลึกอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับเหตุการณ์การผลิต การตรวจสอบเหตุการณ์การผลิตที่ไม่คาดคิดอย่างรวดเร็วและง่ายดาย จึงช่วยทำให้สามารถตัดสินใจในการดำเนินการแก้ไขได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ คุณสมบัติการตรวจสอบและตรวจจับเหตุการณ์ที่เป็นแบบเรียลไทม์จะช่วยให้โต้ตอบกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที
  • Aspen MES Collaborative(TM) - ประสานการปฏิบัติงานภายในองค์กรให้ทำงานเชื่อมต่อกันอย่างราบรื่น ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดทั่วทั้งองค์กร และเชื่อมโยงกับสำนักงานและสาขาต่างๆ เพื่อกำจัดข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่
  • Aspen Cloud Connect(TM) - ให้การเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่นที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูง ในการถ่ายโอนข้อมูลจากส่วนเอจไปยังระบบคลาวด์
  • Aspen Capital Cost Estimator Insights (TM) (ACCE) - ปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้งานด้วยการผสานรวมข้อมูลสำคัญๆ ใน ACCE และ Aspen Enterprise Insights เพื่อประมวลออกมาเป็นภาพและขั้นตอนการทำงานร่วมกันภายในสภาพแวดล้อมคลาวด์แบบไฮบริดที่ชัดเจน

ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ
Aspen Hybrid Models(TM):

  • White paper: Hybrid Modeling: AI and Domain Expertise Combine to Optimize Assets
  • Website: Aspen Hybrid Models(TM)

Aspen Maestro for Mtell(TM):

  • Video: Aspen Maestro(TM)
  • Self-Optimizing Plant:
  • Executive brief: The Self-Optimizing Plant: A New Era in Autonomy, Powered by Industrial AI
  • Website: The Self-Optimizing Plant

เกียวกับแอสเพ็นเทค

แอสเพ็น เทคโนโลยี อิงค์เป็นบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ทางอุตสาหกรรมชั้นนำระดับโลก ใช้ในการบริหารประสิทธิภาพของสินทรัพย์ในองค์กร ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของแอสเพ็นเทคจะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมที่การปฏิบัติงานในสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนสูงมาก และให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบการใช้สินทรัพย์ ในการปฏิบัติงาน และในการบำรุงรักษาสินทรัพย์ในองค์กรให้คุ้มค่ามากที่สุด

ทั้งนี้ แอสเพ็นเทคมีความโดดเด่นเหนือใคร ในการใช้ความชำนาญด้านการสร้างแบบจำลองของกระบวนปฏิบัติการเข้ากับเทคโนโลยีแมชชีนเลิร์นนิ่งในแหล่งข้อมูลบิ๊กดาต้าขนาดใหญ่ โดยแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ที่แอสเพ็นเทคที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะนี้ จะช่วยทำให้การทำงานเป็นไปอย่างอัตโนมัติและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน ให้ผลตอบแทนสูงจากการลงทุนตลอดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ทั้งหมด ซึ่งจะเอื้อให้องค์กรต่างๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินทุนสูงสามารถเพิ่มเวลาทำงานได้สูงสุด ขยายขีดจำกัดของประสิทธิภาพให้สูงขึ้น และใช้สินทรัพย์ของตนได้เร็วขึ้น ปลอดภัยมากขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น กรุณาเยี่ยมชมได้ที่ AspenTech.com สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม